หลักการทำงานของระบบทำความเย็นแบบคาสเคด Cascade Refrigeration System

ระบบคาสเคด Cascade System ในระบบของการทำความเย็น หมายถึงกระบวนการทำความเย็นหลายขั้นตอนที่ใช้การทำความเย็นตั้งแต่สองวงจรขึ้นไป  หมายถึงว่า วงจร Cycle นั้นๆจะต้องใช้อุปกรณ์เครื่องทำความเย็นแยกกัน น้ำยาทำความเย็น Refrigerant ไม่สามารถใช้ร่วมกันได้ ตามรูปด้านล่าง โดยทั่วไปสารทำความเย็นที่ใช้แต่ละวงจรจะแตกต่างกันเพราะอุณหภูมิแต่ละจุดการทำงาน น้ำยาทำความเย็นต่างกัน ประสิทธิภาพย่อมต่างกันด้วย โดยปกติการใช้ระบบคาสเคดนี้เพื่อให้ได้อุณหภูมิที่ต่ำมาก ที่ระบบวงจรเดียวไม่สามารถทำได้ ระบบประเภทนี้มักใช้ในการใช้งานที่ต้องการอุณหภูมิต่ำมาก เช่น กระบวนการไครโอเจนิกส์ Cryogenics Process เช่น การทำให้ก๊าซกลายเป็นของเหลว เช่น ออกซิเจน ไนโตรเจน และก๊าซธรรมชาติ  การจัดเก็บอาหารหรือยาที่อุณหภูมิต่ำมาก  หรือใช้ในกระบวนการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ Semi Conductor Industry

 

 

วิธีการทำงานของระบบคาสเคด  จะมีอย่างน้อย 2 วงจร คือ

1 วงจรทำความเย็นที่หนึ่ง Primary Refrigeration Cycle  วงจรแรกทำงานที่อุณหภูมิปกติ คือ คายความร้อนที่อุณหภูมิปกติทั่วไป Ambient Temperature  และดูดความร้อนจากวงจรการทำความเย็นที่สองที่ด้านคอยล์เย็น Heat Exchanger ปกติสารทำความเย็นวงจรนี้จะใช้ R404a , R507A , R717 Ammonia

2 วงจรการทำความเย็นที่สอง  Secondary Refrigeration Cycle วงจรที่สองจะใช้สารทำความเย็นที่แตกต่างกับวงการการทำความเย็นที่หนึ่ง ซึ่งสามารถไปถึงอุณหภูมิที่ต่ำกว่ามากและจะคายความร้อนให้กับวงจรแรกที่คอยล์ร้อน Heat Exchanger ปกติสารทำความเย็นวงจรนี้จะใช้

R23 , CO2

ข้อดีของระบบคาสเคด Cascade System

1 ประสิทธิภาพสูงกว่าระบบอื่นๆที่สามารถทำอุณหภูมิต่ำมากๆ ด้วยการใช้วงจรทำความเย็นหลายวงจร  ระบบคาสเคดจึงสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นที่อุณหภูมิต่ำลงนั่นเอง  กล่าวแบบง่ายๆคือประหยัดค่าไฟกว่านั่นเองและเย็นเร็วกว่า เพราะสร้างอุณหภูมิแตกต่างได้เยอะมากกว่า

2 โหลดของคอมเพรสเซอร์ลดลง  คอมเพรสเซอร์แต่ละตัวทำงานภายในช่วงที่เหมาะสมที่สุด ซึ่งช่วยลดการสึกหรอและเพิ่มอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น

3 การออกแบบที่ยืดหยุ่น  ระบบสามารถออกแบบให้ตรงตามข้อกำหนดการทำความเย็นเฉพาะโดยการเลือกสารทำความเย็นที่เหมาะสมสำหรับแต่ละวงจรได้

4 การใช้งานจริงจะสร้างความปลอดภัยมากกว่าเมื่อสารทำความเย็นเกิดการรั่วไหล เช่น R717 Ammonia กับ CO2  ซึ่งเราจะให้ NH3 เป็นวงจรที่อยู่ในห้องเครื่องเท่านั้น ส่วน CO2 เราจะใช้ในระบบห้องเย็น  ห้องผลิตที่มีคนทำงาน เพื่อความปลอดภัยเวลาเกิดการรั่วไหลนั่นเอง

สรุป ในปัจจุบันเมืองไทยเราได้มีการใช้งานรับบคาสเคดอย่างแพร่หลายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการฟรีสอาหาร เช่น ทุเรียน กุ้ง ขนมจีบ และอื่นๆ ซึ่งส่วนใหญ่เราใช้ R404a กับ R23  ส่วนห้องเย็นใหญ่ๆรับฝากสินค้าเริ่มมีการใช้ R717 Ammonia กับ CO2 แล้ว  ในยุโรปได้มีการใช้ระบบคาสเคดอย่างแพร่หลายกับตู้แช่ตามห้างต่างๆ  ดังนั้น เราจึงควรศึกษาและทำความเข้าใจมากขึ้นกับเทคโนโลยีนี้

สงสัยหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบทความนี้  ติดต่อสอบถามเราได้ทุกช่องทาง  เราพร้อมให้คำปรึกษาจากทีมงานที่มีประสบการณ์ด้วยความซื่อสัตย์และจริงใจ Sincere with Trust