อาหารต่างกัน การออกแบบห้องเย็นก็ต่างกัน

อาหารแต่ละชนิดมีคุณสมบัติแตกต่างกันเพราะองค์ประกอบโครงสร้างภายในอาหารแต่ละชนิดมีความแตกต่างกัน ปริมาณน้ำ Water Content คุณสมบัติทางวิศกรรมจึงแตกต่างกัน เช่น ค่าควมหนาแน่น Density , ค่าความร้อนจำเพาะ Specific heat , ค่าการนำความร้อน Thermal conductivity , ค่าความร้อนแฝง Latent Heat ซึ่งทำให้การออกแบบเครื่องทำความเย็นย่อมแตกต่างกันด้วย ดังนั้นผู้ประกอบการ โรงงานผลิตอาหาร ผู้ออกแบบ ควรมีความรู้พื้นฐานเพื่อเข้าใจ เพราะการเก็บอาหารในความเย็นหมายถึงคุณภาพอาหาร สี รสชาติ กลิ่น texture มีผลทั้งหมด เพื่อให้ได้คุณภาพอาหารที่ดี และยังรวมถึงบางสินค้ามีการหายใจ Respiration Rate ที่สร้างโหลดให้กับห้องเย็นด้วย

 

ตารางจาก USDA (1996) Chapter 30 of the 1993 ASHRAE Handbook

 

สินค้าแต่ละประเภทการจัดเก็บที่อุณหภูมิแตกต่างกันด้วย และมีค่าความชื้นสัมพัทธ์ RH ที่แตกต่างกันด้วย ซึ่งมีผลกับคุณภาพสินค้าด้วย เช่น ไข่ไก่ 10-12 องศาเซลเซียส ที่ความชื้นสัมพัทธ์ 90-95% แตงกวา 10-12 องศาเซลเซียส ที่ความชื้นสัมพัทธ์ 85-90%
บลูเบอรี่ 0 องศาเซลเซียส ที่ความชื้นสัมพัทธ์ 90-95% ขิง 13 องศาเซลเซียส ที่ความชื้นสัมพัทธ์ 65% และอุณหภูมิการแช่ของห้องเย็น ยังขึ้นกับเวลาที่ต้องการแช่ด้วย เช่น เป็ดสด ถ้าเราจะเก็บใช้แค่ประมาณ 2 อาทิตย์ อุณหภูมิห้อง -2 – 0 องศาเซลเซียส แต่ถ้าจะเก็บไว้ 1 ปี อุณหภูมิห้อง -20 องศาเซลเซียส ซึ่งรายละเอียดเหล่านี้มีเนื้อหาเยอะ เราขอแนะนำ Ashrae Handbook ที่จะมีรายละเอียดดีมาก

สรุป การออกแบบห้องเย็นที่ดีต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสินค้าที่แช่ว่ามีคุณสมบัติอย่างไร อุณหภูมิที่ต้องการ ความชื้นที่เหมาะสม การหายใจของผักผลไม้ ระยะเวลาที่ต้องการแช่ สิ่งเหล่านี้ล้วนมีผลกับคุณภาพสินค้าโดยตรง

สงสัยหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบทความนี้ ติดต่อสอบถามเราได้ทุกช่องทาง เราพร้อมให้คำปรึกษาจากทีมงานที่มีประสบการณ์ด้วยความซื่อสัตย์และจริงใจ Sincere with Trust