การเลือกใช้น้ำยาทำความเย็นที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเทรนด์สำคัญเพื่อความยั่งยืน

ในยุคที่ทั่วโลกให้ความสำคัญกับปัญหาสิ่งแวดล้อม อุตสาหกรรมเครื่องทำความเย็นก็มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดยเฉพาะการเปลี่ยนผ่านไปสู่น้ำยาทำความเย็นที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น การเลือกใช้น้ำยาทำความเย็นที่ไม่เพียงแต่มีประสิทธิภาพ แต่ยังปลอดภัยต่อโลกของเรา จึงไม่ใช่แค่ทางเลือกอีกต่อไป แต่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับธุรกิจที่ต้องการเติบโตอย่างยั่งยืน

บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับแนวคิดหลักและตัวเลือกน้ำยาทำความเย็น Refrigerant ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อประกอบการตัดสินใจสำหรับธุรกิจโรงงานแปรรูปอาหาร โรงน้ำแข็ง โรงงานห้องเย็น
ทำความรู้จักกับ ODP และ GWP ที่ได้เห็นกันบ่อยๆ
ก่อนจะเลือกน้ำยาทำความเย็นใดๆ คุณควรรู้จักกับดัชนีชี้วัดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมสองตัวนี้
ค่าศักยภาพในการทำลายชั้นโอโซน Ozone Depletion Potential ODP ดัชนีนี้ใช้วัดความสามารถในการทำลายชั้นบรรยากาศโอโซน ซึ่งช่วยปกป้องโลกจากรังสีอัลตราไวโอเลตจากดวงอาทิตย์ น้ำยาทำความเย็นที่ปลอดภัยต่อชั้นโอโซนควรมีค่า ODP = 0
ค่าศักยภาพในการทำให้เกิดภาวะโลกร้อน Global Warming Potential GWP ดัชนีนี้ใช้วัดความสามารถในการกักเก็บความร้อนของสารเมื่อเทียบกับคาร์บอนไดออกไซด์ CO2 หากน้ำยาทำความเย็นมีค่า GWP ต่ำ แสดงว่ามีส่วนทำให้เกิดภาวะโลกร้อนน้อยกว่า
น้ำยาทำความเย็นที่ใช้กันในอดีตอย่าง R22 มีค่า ODP สูง จึงถูกควบคุมจำนวนการนำเข้าและน้อยลงไปเรื่อยๆ ราคาจะสูงขึ้น ซึ่งในปัจจุบันราคาของ R22 พอๆกับ R404a แล้ว และปี 2030 จะหยุดการนำเข้า R22 ทั้งหมด ปัจจุบันจึงมีการเปลี่ยนมาใช้สารทำความเย็น ดังนี้

1 สารทำความเย็นในกลุ่ม HFCs (Hydrofluorocarbons)
คุณสมบัติ เป็นสารที่ไม่มีคลอรีน จึงมีค่า ODP = 0 ตัวอย่าง R134a, R404A, R407C, R410A
ข้อจำกัด แม้จะปลอดภัยต่อชั้นโอโซน แต่ยังมีค่า GWP ค่อนข้างสูง ซึ่งยังคงมีส่วนทำให้เกิดภาวะโลกร้อนอยู่

2 สารทำความเย็นในกลุ่ม HFOs (Hydrofluoro-Olefins)
คุณสมบัติ เป็นสารทำความเย็นยุคใหม่ที่มีทั้งค่า ODP = 0 และค่า GWP ต่ำมาก ตัวอย่าง R1234yf, R1234ze
ข้อดี เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในระดับสูง และเป็นตัวเลือกที่ได้รับการสนับสนุนจากนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมทั่วโลก

3 น้ำยาทำความเย็นธรรมชาติ (Natural Refrigerants) น้ำยาชนิดนี้เป็นที่นิยมในปัจจุบัน โดยโรงงานห้องเย็นขนาดใหญ่ในมหาชัย จังหวัดสมุทรสาครนิยมใช้มาก โดยเฉพาะห้องเย็นแบบอัติโนมัติที่มีความสูงกว่า 20 เมตรจะนิยมใช้มาก
คุณสมบัติ เป็นสารที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ มีค่า ODP = 0 และค่า GWP ต่ำมาก ตัวอย่าง
แอมโมเนีย (R717) มีประสิทธิภาพสูง นิยมใช้ในโรงงานห้องเย็นขนาดใหญ่ แต่ต้องระมัดระวังเรื่องความเป็นพิษและการติดไฟคาร์บอนไดออกไซด์ (R744) มีประสิทธิภาพในการทำความเย็นที่ดีมาก ปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อมสูง แต่ต้องใช้ในระบบที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับแรงดันสูง
ไฮโดรคาร์บอน (R290/โพรเพน, R600a/ไอโซบิวเทน) มีประสิทธิภาพดีและค่า GWP ต่ำมาก แต่มีคุณสมบัติในการติดไฟได้ จึงต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง นิยมใช้ในตู้เย็น ตู้แช่ขนาดเล็ก

สรุปและข้อเสนอแนะ

การเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้น้ำยาทำความเย็นที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมไม่เพียงแต่ช่วยลดผลกระทบต่อโลกของเรา แต่ยังช่วยให้ธุรกิจของคุณสอดคล้องกับมาตรฐานสากลและนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมในอนาคต หากคุณกำลังมองหาน้ำยาทำความเย็นสำหรับระบบใหม่หรือต้องการเปลี่ยนสารทำความเย็นในระบบเดิม ควรพิจารณาถึงความเหมาะสมของแต่ละประเภทและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อเลือกตัวเลือกที่ดีที่สุดทั้งในด้านประสิทธิภาพและสิ่งแวดล้อม
แนะนำหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบทความนี้ ติดต่อสอบถามเราได้ทุกช่องทาง เราพร้อมให้คำปรึกษาจากทีมงานที่มีประสบการณ์ด้วยความซื่อสัตย์และจริงใจ Sincere with Trust