ในวันที่ 2 เมษายน 2568 นี้ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เตรียมจะประกาศการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกี่ยวกับนโยบายภาษีศุลกากรของประเทศ หลังจากการประกาศขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์ 25% ก่อนหน้านี้ ซึ่งประเทศไทยอาจต้องเผชิญกับมาตราการภาษีตอบโต้ Reciprocal Tariffs ที่สหรัฐเตรียมบังคับใช้ในวันที่ 2 นี้ อาเซียนรวมถึงไทยส่งออกไปสหรัฐเป็นอันดับต้นๆและได้ดุลการค้ามาก โดยประเทศไทยเกินดุลการค้ากับสหรัฐอเมริกาลำดับที่ 10 ถ้านับเฉพาะสินค้าหมวดอาหารล่าสุดในปี 67 ไทยส่งออกสินค้าอาหารไปสหรัฐฯ มูลค่า 172,380 ล้านบาท แต่นำเข้ามูลค่า 44,150 ล้านบาท ไทยเกินดุลการค้าอาหารกับสหรัฐฯ มูลค่า 128,230 ล้านบาท สัดส่วนราว 10% ของยอดเกินดุลการค้ารวมของไทย ยอดรวมการส่งออกสินค้าอาหารไทยในปี 67 มีมูลค่าทั้งหมด 1,638,445 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้น 7.3% ถือเป็นสถิติส่งออกสูงสุดครั้งใหม่ นับได้ว่าไทยส่งออกสินค้าอาหารไปสหรัฐคิดเป็นสัดส่วน 10.5% ของทั้งหมด ซึ่งนับว่าอเมริกาเป็นตลาดที่มีความสำคัญมากสำหรับอาหารไทย
นอกจากนี้ นโยบายจัดเก็บตั้งกำแพงภาษีนำเข้าของสหรัฐ ยังเพิ่มความเสี่ยงการเปิดศึกการค้าระหว่างชาติมหาอำนาจ ไม่ว่าจะเป็นจีน หรือในยุโรป ที่จะส่งผลให้การค้าโลกมีแนวโน้มชะลอตัวลง ซึ่งหลายๆมาตราการทางภาษีสหรัฐได้เริ่มใช้กับแคนาดา เม็กซิโก จีน ไปแล้ว แน่นอนว่าคงต้องลุ้นในวันที่ 2 นี้สำหรับประเทศไทยและชาติอื่นๆที่เกินดุลการค้ากับสหรัฐ ไม่ว่าจะเป็น เวียดนาม อินโดนีเซีย มาเลเซีย ต่างก็เร่งเจรจากับทางสหรัฐ เพื่อไม่ให้เครื่องจักรสำคัญคือการส่งออกมีปัญหาได้
จากสิ่งที่กล่าวมาข้างต้นย่อมส่งผลทั้งทางตรงและทางอ้อมกับประเทศไทย เพราะสินค้าอาหารถือว่าสร้างมูลค่าให้กับประเทศไทยและคนไทยมาก เนื่องจากวัตถุดิบ ห่วงโซ่อุปทานทั้งหมด มีความเกี่ยวข้องกับคนไทยเกือบทั้งหมด ถ้าสหรัฐขึ้นกำแพงภาษีในหมวดอาหารกับประเทศไทย การหดตัวของตลาดการส่งออกอาหารไทยไปสหรัฐจะเกิดขึ้นและจะส่งผลกระทบกับโรงงานแปรรูปอาหาร โรงงานห้องเย็น ผู้ผลิตอาหาร เกษตรกร ทั้งห่วงโซ่การผลิต และส่งผลมาถึงอุตสาหกรรมเครื่องทำความเย็นที่อยู่ในห่วงโซ่นี้ด้วย เราจึงต้องรู้และเตรียมตัวหาตลาดใหม่ๆทดแทนเพื่อลดความเสี่ยงกับการกีดกันทางการค้าของชาติมหาอำนาจที่อาจเกิดขึ้นเร็วๆนี้หรือในอนาคตก็ตาม เพราะโลกของเราไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว มีความไม่แน่นอนสูง ต้องปรับต้วตลอดเวลาและหาโอกาสใหม่ๆอยู่เสมอ
ข้อมูลเพิ่มเติม ข้อมูลปี 2567 ประเทศไทยครองอันดับที่ 12 ในการส่งออกอาหารไปยังตลาดโลก อันดับที่ 1-5 คือ สหรัฐอเมริกา บราซิล เนเธอร์แลนด์ จีน และเยอรมนี
แนะนำหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบทความนี้ ติดต่อสอบถามเราได้ทุกช่องทาง เราพร้อมให้คำปรึกษาจากทีมงานที่มีประสบการณ์ด้วยความซื่อสัตย์และจริงใจ Sincere with Trust

