การเลือก Pressure Relief Valve PRV หรือวาล์วนิรภัยระบายแรงดันในระบบทำความเย็น ถือเป็นเรื่องของความปลอดภัยสูงสุด เพื่อป้องกันไม่ให้ถังพักน้ำยา Receiver หรือถังอุปกรณ์ต่างๆ ระเบิดเมื่อแรงดันสูงเกินค่าที่ออกแบบไว้
นี่คือหลักเกณฑ์มาตรฐานในการเลือก PRV ให้เหมาะสมกับหน้างาน
- กำหนดค่า Setting Pressure ค่านี้คือแรงดันที่วาล์วจะเริ่มทำงานเพื่อระบายก๊าซออก
กฎสำคัญ ค่า Setting Pressure ของ PRV ต้อง ไม่สูงกว่า ค่าความดันสูงสุดที่ยอมรับได้ของอุปกรณ์ MAWP – Maximum Allowable Working Pressure โดยทั่วไปจะตั้งไว้ที่ค่า MAWP ของถัง หรือต่ำกว่าเล็กน้อยเพื่อให้มั่นใจว่าวาล์วจะทำงานก่อนที่ถังจะเสียหาย
- คำนวณความสามารถในการระบาย Discharge Capacity
วาล์วต้องสามารถระบายน้ำยาออกได้เร็วพอที่จะไม่ให้ความดันในถังสูงเกินไปในกรณีเกิดเพลิงไหม้หรือระบบผิดปกติ
สูตรมาตรฐานจาก ASHRAE 15 คือ C = f X D X L
C = ความสามารถในการระบายที่ต้องการ lb air/min
f = ค่าสัมประสิทธิ์ตามชนิดของสารทำความเย็น เช่น R22, R134a, R404A จะมีค่า f ที่ต่างกัน
D = เส้นผ่านศูนย์กลางภายนอกของถัง ft
L = ความยาวของถัง ft
- การเลือกวัสดุ Material Selection
ต้องเลือกให้เหมาะกับสารทำความเย็นและสภาพแวดล้อม
Body มักใช้ทองเหลือง Brass เช่นในระบบฟรีออน Castel , O&F หรือเหล็กหล่อ/เหล็กกล้า Steel/Cast Iron ขึ้นอยู่กับขนาดและแรงดัน ในระบบแอมโมเนีย เช่น Henry , Hansen , Danfoss
Seat/Seal ส่วนใหญ่เป็น Neoprene หรือวัสดุสังเคราะห์ที่ทนต่อน้ำมันและสารทำความเย็น เพื่อให้ปิดสนิทหลังจากวาล์วทำงานแล้ว
Refrigerant หากเป็นระบบแอมโมเนีย NH3 ห้าม ใช้ทองเหลืองเด็ดขาด ต้องใช้เหล็กหรือสแตนเลสเท่านั้น
- ประเภทของวาล์ว Types of PRV
Single Relief Valve ใช้ตัวเดียวโดดๆ เหมาะกับระบบขนาดเล็ก
Dual Relief Valve หรือ Three-way Valve เป็นวาล์ว 2 ตัวติดตั้งบนวาล์ว 3 ทาง ข้อดี ช่วยให้สามารถถอดวาล์วตัวหนึ่งไปทดสอบหรือเปลี่ยนใหม่ได้โดยไม่ต้องปล่อยน้ำยาออกจากระบบ วาล์วอีกตัวยังคงทำหน้าที่ป้องกันอยู่ นี่คือมาตรฐานสำหรับห้องเย็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่
- มาตรฐานและการรับรอง Certifications
ต้องตรวจสอบว่าวาล์วได้รับมาตรฐานสากลหรือไม่ เช่น
ASME Section VIII มาตรฐานหม้อแรงดันและวาล์วนิรภัย
CE / PED มาตรฐานอุปกรณ์แรงดันของยุโรป
UL Listed การรับรองความปลอดภัยด้านอัคคีภัยและไฟฟ้า
- การติดตั้งและท่อระบาย Discharge Piping
ท่อทางออก ต้องมีขนาดไม่เล็กกว่ารูทางออกของวาล์ว และต้องไม่ยาวเกินไปจนเกิด Back Pressure ความดันย้อนกลับ ซึ่งจะทำให้วาล์วระบายได้น้อยลง
ตำแหน่งระบาย ต้องระบายออกสู่บรรยากาศภายนอกอาคารในจุดที่ปลอดภัย ไม่ใกล้ช่องลมเข้าหรือทางเดิน ถ้าเป็นระบบแอมโมเนียท่อระบายต้องจุ่มไปในน้ำ เพื่อป้องกันแอมโมเนียสู่บรรยากาศ ซึ่งถ้าอยู่ใกล้แหล่งชุมชนอาจจะเกิดความวุ่นวายได้

คำแนะนำเพิ่มเติม PRV ควรได้รับการตรวจสอบหรือเปลี่ยนใหม่ทุกๆ 2-5 ปี ตามมาตรฐานกรมโรงงานหรือกฎหมายท้องถิ่น เพราะซีลยางอาจเสื่อมสภาพหรือมีคราบน้ำมันเกาะจนทำให้วาล์วไม่เปิดตามค่าที่ตั้งไว้
แนะนำหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบทความนี้ ติดต่อสอบถามเราได้ทุกช่องทาง เราพร้อมให้คำปรึกษาจากทีมงานที่มีประสบการณ์

