ทำไมน้ำยาแอมโมเนียจึงกลับมานิยมใช้กัน

น้ำยาแอมโมเนีย NH3 หรือ R717 เป็นน้ำยาทำความเย็นธรรมชาติ Natural Refrigerant ที่นิยมใช้กันแพร่หลายในเมืองไทยมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะโรงงานห้องเย็นขนาดใหญ่และโรงน้ำแข็ง แต่มาช่วงหลังได้มีการเปลี่ยนจากน้ำยาแอมโมเนียไปใช้น้ำยาฟรีออนมากขึ้นเนื่องจากความเป็นพิษและมีกลิ่นรุนแรงของน้ำยาแอมโมเนีย โดยเฉพาะในเขตชุมชนที่มีผู้คนหนาแน่น แต่มาในปัจจุบันระบบทำความเย็นที่ใช้น้ำยาแอมโมเนียกลับกำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมแปรรูปอาหารขนาดใหญ่ เนื่องจากมีคุณสมบัติที่โดดเด่นด้าน ประสิทธิภาพเชิงความร้อน Thermodynamic Efficiency และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าฟรีออนด้วย และมีการส่งเสริมให้ใช้น้ำยาทำความเย็นธรรมชาติจากภาครัฐบาล โดยการได้รับสิทธิประโยชน์ตั้งแต่เรื่องภาษีและอื่นๆอีก

เหตุผลหลักที่ความนิยมกลับมาใช้น้ำยาแอมโมเนีย

1. เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสูงสุด Zero Environmental Impact
แอมโมเนียจัดเป็น สารทำความเย็นตามธรรมชาติ Natural Refrigerant ที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเป็นศูนย์
GWP (Global Warming Potential) = 0: ไม่มีส่วนในการทำให้เกิดภาวะโลกร้อน
ODP (Ozone Depletion Potential) = 0: ไม่ทำลายชั้นโอโซน
ข้อได้เปรียบนี้สำคัญมากในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะในยุโรปและประเทศที่ปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวด

2. ประสิทธิภาพเชิงความร้อนที่เหนือกว่า High Efficiency
แอมโมเนียมีคุณสมบัติทางอุณหพลศาสตร์ที่ยอดเยี่ยมเมื่อเทียบกับสารทำความเย็นสังเคราะห์:
ค่าความร้อนแฝงในการกลายเป็นไอสูง High Latent Heat of Vaporization แอมโมเนียสามารถดูดซับความร้อนได้ในปริมาณมากต่อหน่วยมวล Mass ทำให้ต้องการปริมาณสารทำความเย็นที่ น้อยกว่า สารทำความเย็นชนิดอื่นมาก เพื่อให้ได้ผลการทำความเย็นเท่ากัน ส่งผลให้ประหยัดพลังงานได้ถึง 5-10%
อัตราการถ่ายเทความร้อนที่ดีเยี่ยม แอมโมเนียสามารถถ่ายเทความร้อนได้ดีทั้งในคอยล์เย็น และคอนเดนเซอร์ คอยล์ร้อน ทำให้ระบบทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง

3. ต้นทุนต่ำและหาได้ง่าย Low Cost and Availability
แอมโมเนียมีราคาต่อกิโลกรัม ถูกกว่า สารทำความเย็นสังเคราะห์หลายชนิด และเป็นสารเคมีที่มีการผลิตและจัดจำหน่ายทั่วโลกในปริมาณมาก ใช้ในอุตสาหกรรมปุ๋ย ทำให้ง่ายต่อการจัดหาและมีเสถียรภาพด้านราคา

ข้อจำกัดและการใช้งานหลัก

แม้ว่าแอมโมเนียจะมีข้อดีมากมาย แต่ก็ยังมีข้อจำกัดที่ทำให้การใช้งานมุ่งเน้นไปที่ภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่
ความเป็นพิษ Toxicity แอมโมเนียเป็นสารมีพิษและมีกลิ่นฉุนรุนแรงเมื่อรั่วไหล แม้ว่าจะติดไฟได้ยาก แต่จำเป็นต้องมี มาตรการด้านความปลอดภัยที่เข้มงวด เช่น ระบบตรวจจับการรั่วไหล Leak Detector , การระบายอากาศ
การกัดกร่อน แอมโมเนียจะกัดกร่อนทองแดงและทองเหลืองเมื่อมีน้ำหรือความชื้น ดังนั้นระบบแอมโมเนียจึงต้องใช้ท่อและส่วนประกอบที่ทำจาก เหล็กกล้า Steel เท่านั้น
การใช้งาน ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัยและการติดตั้งที่ซับซ้อน แอมโมเนียจึงมักใช้ใน โรงงานขนาดใหญ่ เช่น ห้องเย็นอุตสาหกรรม, โรงงานแปรรูปอาหาร, และโรงงานผลิตน้ำแข็ง

โดยสรุปคือ การที่แอมโมเนียเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างที่สุดและมีประสิทธิภาพพลังงานที่เหนือกว่า ทำให้มันเป็นทางเลือกหลักสำหรับอุตสาหกรรมที่ต้องใช้ระบบทำความเย็นขนาดใหญ่ในปัจจุบันและอนาคต
แนะนำหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบทความนี้ ติดต่อสอบถามเราได้ทุกช่องทาง เราพร้อมให้คำปรึกษาจากทีมงานที่มีประสบการณ์ด้วยความซื่อสัตย์และจริงใจ Sincere with Trust