น้ำหนักสินค้าหายหลังจากแช่ในห้องเย็นเกิดจากอะไร

น้ำหนักสินค้าในห้องเย็นที่หายไปนั้น โดยทั่วไปเรียกว่า การสูญเสียความชื้น Moisture Loss หรือ น้ำหนักหดตัว Shrink ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่หลีกเลี่ยงได้ยากในการเก็บรักษาอาหาร โดยเฉพาะผัก ผลไม้ และเนื้อสัตว์

สาเหตุหลักที่ทำให้น้ำหนักสินค้าลดลงมาจากการที่ ไอน้ำในตัวสินค้าถูกดึงออกไปในอากาศ แล้วไปจับตัวเป็นน้ำแข็งที่คอยล์เย็น Evaporator Coil ของระบบทำความเย็น ซึ่งอาจจะเรียกได้ว่าเครื่องทำความเย็นทำงานเพื่อลดความชื้นได้นั่นเอง  โดยเราไม่สามารถแก้ไขเรื่องน้ำหนักหายได้ 100% เพราะเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่สามารถแก้ปัญหาให้น้อยลงได้จากบทความนี้  เรามาทำความเข้าใจก่อนว่าทำไมน้ำหนักสินค้าที่แช่ในห้องเย็นจึงหายไป

สาเหตุการสูญเสียน้ำหนักของสินค้าในห้องเย็น

การสูญเสียความชื้นเกิดขึ้นเนื่องจาก ความแตกต่างของแรงดันไอ Vapor Pressure Difference ระหว่างสินค้ากับอากาศภายในห้องเย็น

สินค้า เช่น เนื้อ ผัก ผลไม้ มีน้ำเป็นส่วนประกอบหลัก พื้นผิวของสินค้ามีความชื้นสูง จึงมี แรงดันไอ ที่สูงกว่า  อากาศในห้องเย็นจึงดึงความชื้นออกจากสินค้าที่ช่ายในห้องเย็น โดยระบบเครื่องทำความเย็น   มีคอยล์เย็นดึงความร้อนและความชื้นหรือไอน้ำ ออกจากอากาศภายในห้องเย็นออก เพื่อรักษาอุณหภูมิและความเย็น    เมื่ออากาศภายในห้องเย็นมีความชื้นสัมพัทธ์ Relative Humidity  RH ต่ำกว่า ที่สินค้าต้องการ น้ำจากพื้นผิวของสินค้าก็จะระเหยกลายเป็นไอน้ำ เพื่อพยายามปรับสมดุลความชื้นกับอากาศภายนอก    ไอน้ำหรือความชื้นที่ระเหยออกมาจากสินค้าจะถูกดูดเข้าไปในระบบและไปจับตัวเป็นน้ำแข็งในคอยล์เย็น เมื่อคอยล์ละลายน้ำแข็ง Defrost น้ำแข็งเหล่านั้นก็จะไหลทิ้งไป ทำให้เกิดการสูญเสียน้ำหนักของสินค้าในที่สุด   ถ้าน้ำแข็งในคอยล์เย็นตันเร็วและมีการดีฟรอสบ่อยๆ อาจเป็นสัญญาณว่าน้ำหนักสินค้าในห้องเย็นกำลังถูกลดลงนั่นเอง

ปัจจัยสำคัญที่เร่งให้เกิดการสูญเสียน้ำหนัก

  1. การควบคุมความชื้นสัมพัทธ์ไม่เหมาะสม Low Relative Humidity RH

หากความชื้นสัมพัทธ์ภายในห้องเย็น ต่ำเกินไป เช่น ต่ำกว่า 85% สำหรับผักและผลไม้สด ความแตกต่างของแรงดันไอก็จะสูงขึ้น ทำให้การระเหยน้ำออกจากสินค้าเกิดขึ้นเร็วและมากขึ้น

การแก้ไข ควรติดตั้งระบบควบคุมความชื้น Humidifier และตั้งค่า RH ให้เหมาะสมกับชนิดของสินค้า เช่น เนื้อสัตว์ต้องการ 85-90% RH ส่วนผักใบเขียวต้องการ 95-100% RH

  1. ความแตกต่างของอุณหภูมิ Temperature Difference

อุณหภูมิคอยล์เย็นต่ำเกินไป หากอุณหภูมิสารทำความเย็นในคอยล์เย็น Evaporating Temperature ต่ำกว่า อุณหภูมิในห้องเย็นมากเกินไป  คอยล์เย็นก็จะยิ่งเย็นจัดและดึงความชื้นออกจากอากาศได้เร็วขึ้น หรือเรียกง่ายๆคือคอยล์เย็นของห้องเย็นเล็กกว่าระบบนั่นเอง

การแก้ไข ควรออกแบบให้ระบบทำความเย็นมีความแตกต่างระหว่างอุณหภูมิน้ำยาทำความเย็นกับอุณหูมิห้องต่ำ นิยมใช้ประมาณ 5-8 องศาเซลเซียสหรือตามออกแบบมาตราฐานยูโรเว้นท์ Eurovent โดยการเพิ่มขนาดของคอยล์เย็นให้ใหญ่ขึ้น  ซึ่งเรื่องนี้ต้องถูกแก้ไขตั้งแต่เริ่มออกแบบคอยล์เย็น ไม่ใช่แค่ดูค่าความสามารถการทำความเย็นอย่างเดียวแต่ควรดู Tube Volume , Surface Area รวมถึงขนาดน้ำหนักของคอยล์เย็นประกอบด้วย

  1. การไหลเวียนของอากาศสูงเกินไป High Air Velocity

การที่พัดลมของคอยล์เย็นเป่าลมด้วยความเร็วสูง หรือมีการวางสินค้าที่ขวางทางการไหลของอากาศ ทำให้เกิดการปะทะของลมเย็นกับผิวหน้าสินค้าโดยตรง เป็นการเร่งอัตราการระเหยน้ำ

การแก้ไข จัดวางสินค้าให้มีช่องว่างสำหรับการไหลเวียนของอากาศที่สม่ำเสมอ และหลีกเลี่ยงการเป่าลมเย็นใส่สินค้าโดยตรง

  1. คุณสมบัติของสินค้าเอง

การหายใจ Respiration โดยเฉพาะผักและผลไม้ จะมีการหายใจ สลายน้ำตาลเพื่อปล่อยพลังงาน ซึ่งกระบวนการนี้ปล่อยก๊าซ CO2 และไอน้ำ ออกมาพร้อมกัน ทำให้เกิดการสูญเสียน้ำหนักตามธรรมชาติ แม้จะถูกชะลอด้วยความเย็นแล้วก็ตาม   การห่อหุ้มด้วยบรรจุภัณฑ์จะช่วยลดเรื่องนี้ได้   หากสินค้าไม่มีการห่อหุ้มหรือบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสม เช่น ฟิล์มพลาสติกที่มีรูพรุน พื้นผิวของสินค้าจะสัมผัสกับอากาศเย็นโดยตรง ทำให้การสูญเสียความชื้นรุนแรงขึ้น

ดังนั้น การลดการสูญเสียน้ำหนักในห้องเย็นจึงไม่ใช่แค่การควบคุมอุณหภูมิ แต่ต้อง ควบคุมความชื้นและจัดการการไหลเวียนของอากาศ อย่างมีประสิทธิภาพควบคู่กันไป

แนะนำหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบทความนี้   ติดต่อสอบถามเราได้ทุกช่องทาง  เราพร้อมให้คำปรึกษาจากทีมงานที่มีประสบการณ์ด้วยความซื่อสัตย์และจริงใจ Sincere with Trust