สารทำความเย็น ( Refrigerant ) คือสารที่ใช้ในระบบเครื่องทำความเย็นและระบบปรับอากาศเพื่อดูดและปล่อยความร้อนของระบบ น้ำยาทำความเย็นเป็นสารทำงานในระบบที่หมุนเวียนไปตามอุปกรณ์ต่างๆในระบบเครื่องทำความเย็น เกิดเป็นวัฎจักร Cycle ซ้ำๆ โดยมีหน้าที่ดูดความร้อนในห้องเย็นโดยอุปกรณ์ที่เรียกว่าคอยล์เย็นและปล่อยความร้อนออกมาโดยอุปกรณ์เรียกว่าคอยล์ร้อน ซึ่งเกิดการเปลี่ยนเฟสหรือสถานะ Substance จากของเหลวเป็นไอ (Evaporate) ดูดความร้อน และจากไอกลั่นตัวเป็นของเหลว (Condensate) คายความร้อน ซึ่งสารทำความเย็นมีคุณสมบัติเฉพาะ เช่น จุดเดือดต่ำ ต้องเดือดที่อุณหภูมิติดลบได้ เช่น น้ำยา R22 จะเดือดที่อุณหภูมิ -40.8 องศาเซลเซียส แต่ น้ำเดือดที่อุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียส ที่ระดับน้ำทะเล หรือ 1 atm และสามารถดูดความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพที่อุณหภูมิต่ำและปล่อยออกมาที่อุณหภูมิสูงได้ นอกจากนี้สารทำความเย็นยังต้องปลอดภัยไม่เป็นพิษ ไม่กัดกร่อนวัสดุต่างๆ ไม่ติดไฟหรือระเบิดได้ สารทำความเย็นมีทั้งจากธรรมชาติ เช่น CO2 , R717 แอมโมเนีย และจากการประดิษฐ์ผสมสูตรขึ้นมา เช่น R404a , R22
ประเภทของสารทำความเย็น:
- สารซีเอฟซี CFC (คลอโรฟลูออโรคาร์บอน) ตัวอย่าง R-12 (ฟรีออน-12)
การใช้งาน ใช้กันอย่างแพร่หลายในระบบเครื่องทำความเย็นและเครื่องปรับอากาศรุ่นเก่า สาร CFC ถูกยกเลิกการใช้เนื่องจากทำลายชั้นโอโซน ส่งผลให้เกิดผลกระทบที่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม ประเทศไทยได้ยกเลิกการใช้น้ำยาทำความเย็นประเภทนี้แล้ว
- สาร HCFC (ไฮโดรคลอโรฟลูออโรคาร์บอน) ตัวอย่าง R-22 (ฟรีออน-22)
การใช้งาน ระบบปรับอากาศในที่พักอาศัยและทำความเย็นในอุตสาหกรรม แม้ว่าสาร HCFC จะทำลายชั้นโอโซนได้น้อยกว่าสาร CFC แต่สาร HCFC ก็ยังคงเป็นอันตราย ดังนั้นในประเทศไทยจึงมีการยุติการใช้สาร HCFC ในปี 2030
- สาร HFC (ไฮโดรฟลูออโรคาร์บอน) ตัวอย่าง R-134a, R-410A ,R404a , R507A
การใช้งาน ใช้กันอย่างแพร่หลายในระบบทำความเย็นและปรับอากาศในปัจจุบัน ไม่เป็นอันตรายต่อชั้นโอโซน ในประเทศไทยนิยมใช้น้ำยาทำความเย็นประเภทนี้อยู่เป็นจำนวนมาก เช่น ร้านสะดวกซื้อ โรงแรม ห้างสรรพสินค้า โรงงานผลิตอาหาร
- น้ำยาทำความเย็นธรรมชาติ (Natural Refrigerant)
R-290 (โพรเพน) ใช้ในระบบทำความเย็นและระบบปรับอากาศบางระบบ โดยเฉพาะในระบบเชิงพาณิชย์
R-744 (คาร์บอนไดออกไซด์) มักใช้ในระบบขนาดใหญ่และสำหรับการใช้งานเช่นปั๊มความร้อน ห้องเย็นขนาดใหญ่ ในเมืองไทยเริ่มมีการใช้งานน้ำยาชนิดนี้มากขึ้น เช่น โรงงานแปรรูปอาหารแถวสมุทรสาคร น้ำยาทำความเย็นชนิดนี้นิยมใช้มากในยุโรป
R-717 (แอมโมเนีย) พบได้ทั่วไปในเครื่องทำความเย็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เป็นที่นิยมใช้ในประเทศไทย เช่น โรงผลิตน้ำแข็ง โรงงานแปรรูปอาหารขนาดใหญ่ ศูนย์กระจายสินค้าขนาดใหญ่
น้ำยาทำความเย็นเหล่านี้ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน (GWP) ต่ำ และไม่ทำลายโอโซน (ODP) ป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับน้ำยาทำความเย็นที่ประดิษฐ์ทางเคมีขึ้นมา
- 5. HFO (ไฮโดรฟลูออโรโอเลฟินส์): ตัวอย่าง R-1234yf
การใช้งาน น้ำยาทำความเย็นประเภทใหม่ที่ได้รับความนิยมในประเทศยุโรป เนื่องจากมี GWP ต่ำ กระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อย ในเมืองไทยยังมีการใช้งานไม่มากนัก และราคายังแพงและหายาก ความรู้ความเข้าใจการใช้งานยังอยู่ในวงจำกัด
ข้อควรพิจารณาที่สำคัญในการเลือกสารทำความเย็น
1 ประสิทธิภาพ: น้ำยาทำความเย็นแต่ละชนิดมีประสิทธิภาพในการดูดและปล่อยความร้อนไม่เท่ากัน น้ำยาทำความเย็นบางชนิดมีประสิทธิภาพสูงที่อุณหภูมิต่ำ แต่บางตัวมีประสิทธิภาพสูงที่อุณหภูมิสูง
2 น้ำยาทำความเย็นต้องเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไม่ทำลายโอโซน (ODP) แ0ละไม่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน (GWP) ทั้งสองค่ายิ่งต่ำยิ่งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ประเทศไทยได้เข้าร่วมการควบคุมและใช้น้ำยาทำความเย็นที่เป็นมิตรต่อโลก ทำให้ ปัจจุบัน น้ำยากลุ่ม HCFC เช่น R22 ได้จำกัดการนำเข้าเป็นโควต้า ทำให้ราคาสูงขึ้นมากนั่นเอง
3 น้ำยาทำความเย็นจะต้องไม่เป็นพิษและไม่ติดไฟ โดยเฉพาะสำหรับใช้ในที่อยู่อาศัยและอุตสาหกรรม
4 ต้นทุนและความพร้อมใช้งาน น้ำยาทำความเย็นบางชนิดมีราคาแพงกว่าหรือหาซื้อได้ยาก ซึ่งต้องพิจารณาควบคู่ด้วย
เนื่องจากกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมเข้มงวดขึ้น อุตสาหกรรมต่างๆ กำลังเปลี่ยนไปสู่การใช้น้ำยาทำความเย็นที่ยั่งยืนมากขึ้น รักษ์โลกมากขึ้น ผู้ประกอบการโรงงานห้องเย็นหรือผู้ออกแบบต้องวางแผนสำหรับเครื่องทำความเย็นในโรงงานที่ต้องเปลี่ยนไปใช้น้ำยาทำความเย็นชนิดใหม่เพราะต้องมาค่าใช้จ่ายตามมา ดังนั้น ต้องพิจารณาถึงความเหมาะสมและกฎระเบียบให้สอดคล้องกัน รู้หรือไม่ว่า น้ำยาทำความเย็นมีการคิดค้นสูตรใหม่ๆอยู่เป็นประจำ เพื่อทำให้ประสิทธิภาพดีขึ้นและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แต่ละบริษัทที่ผลิตน้ำยาทำความเย็นจะเรียกชนิดแตกต่างกันออกไป ไม่เหมือนกัน
แนะนำหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบทความนี้ ติดต่อสอบถามเราได้ทุกช่องทาง เราพร้อมให้คำปรึกษาจากทีมงานที่มีประสบการณ์ด้วยความซื่อสัตย์และจริงใจ Sincere with Trust

