เป็นน้ำมันหล่อลื่นที่ออกแบบมาเฉพาะให้กับคอมเพรสเซอร์ในระบบทำความเย็นเท่านั้น อุปกรณ์อื่นไม่ได้มีความต้องการใช้น้ำมันนี้เลย แต่เนื่องจากเราไม่สามารถจำกัดน้ำมันให้อยู่เฉพาะในคอมเพรสเซอร์ได้ โดยความเป็นจริงน้ำมันไหลไปทั่วระบบเครื่องทำความเย็น ซึ่งจริงๆแล้วเป็นสิ่งที่เราไม่ต้องการ เพราะน้ำมันคอมเพรสเซอร์เมื่อไปอยู่ในคอยล์ร้อนหรือคอยล์เย็นกับสร้างปัญหาให้กับระบบเครื่องทำความเย็น เมื่อเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ดังนั้น เราต้องพิจารณาน้ำมันคอมเพรสเซอร์ถึงอุปกรณ์อื่นด้วย หน้าที่ของน้ำมันคอมเพรสเซอร์มีดังต่อไปนี้
1 ช่วยลดแรงเสียดทานระหว่างชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหวของคอมเพรสเซอร์ เช่น คอมเพรสเซอร์ลูกสูบ Reciprocating Compressorคอมเพรสเซอร์สกูร Screw Compressor คอมเพรสเซอร์สโครล Scroll Compressor มั่นใจว่าคอมเพรสเซอร์ทำงานได้อย่างราบรื่นและหลีกเลี่ยงการสึกหรอ
2 น้ำมันช่วยดูดซับความร้อนจากส่วนประกอบที่เคลื่อนไหวของคอมเพรสเซอร์ ป้องกันไม่ให้เกิดความร้อนสูงเกินไป Superheat
3 น้ำมันยังช่วยขจัดสิ่งสกปรก และสิ่งปนเปื้อนออกจากคอมเพรสเซอร์ ซึ่งอาจทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของปั๊มลดลง
4 ป้องกันการกัดกร่อน ปกป้องชิ้นส่วนโลหะภายในคอมเพรสเซอร์จากสนิมหรือการกัดกร่อนโดยสร้างเกราะกั้นระหว่างโลหะกับความชื้น
ประเภทของน้ำมันคอมเพรสเซอร์
1. น้ำมันแร่ Mineral Oil ใช้กับระบบรุ่นเก่าที่ใช้สารทำความเย็น CFC คลอโรฟลูออโรคาร์บอน และ HCFC ไฮโดรคลอโรฟลูออโรคาร์บอน เช่น R-12, R-22 และใช้กับสารทำความเย็นธรรมชาติที่เป็นเทรนด์ในปัจจุบันได้ เช่น R717 แอมโมเนีย , R290 โพรเพน
2. น้ำมันอัลคิลเบนซีน (AB Oil) ใช้กับสารทำความเย็น HCFC เช่น R-22 เป็นหลัก ลักษณะเฉพาะ: เข้ากันได้ดีขึ้นกับสารทำความเย็นที่มีคลอรีน มีความหนืดสูงกว่าน้ำมันแร่ ทำงานได้ดีในระบบที่มีอุณหภูมิปานกลาง
3. น้ำมันโพลิเอสเตอร์ POE Oil ใช้กับ สารทำความเย็น HFC และ HFO เช่น R-134a, R-404A, R-410A, R-32, R-1234yf ลักษณะเฉพาะ ดูดซับความชื้นได้ดี และควรเก็บไว้ในที่แห้ง เข้ากันได้ทางเคมีที่ดีเยี่ยมกับสารทำความเย็น HFC และ HFO ต้องมีการจัดการอย่างระมัดระวังเพื่อหลีกเลี่ยงการปนเปื้อนของความชื้น น้ำมันชนิดนี้ใช้แพร่หลายในเมืองไทย ยี่ห้อทั่วไปที่ใช้ Emkarate , Fuch , Sunice
4 น้ำมันโพลีไวนิลอีเทอร์ PVE Oil ใช้กับสารทำความเย็น เช่น R-134a, R-410A, R-404A, R-32 และ HFC/HFO อื่นๆ ลักษณะเฉพาะ: คล้ายกับน้ำมัน POE แต่ดูดความชื้นน้อยกว่า ให้ประสิทธิภาพที่ดีขึ้นในอุณหภูมิที่สูงมาก ทั่วไปในระบบปรับอากาศเชิงพาณิชย์
5. น้ำมันโพลีอัลคิลีนไกลคอล PAG ใช้พิเศษกับสารทำความเย็น เช่น R-134a ลักษณะเฉพาะ: ขึ้นชื่อเรื่องประสิทธิภาพการหล่อลื่นที่สูงมาก มักใช้ในระบบปรับอากาศรถยนต์ ไวต่อความชื้นซึ่งอาจนำไปสู่การย่อยสลายทางเคมีได้
ข้อควรพิจารณาที่สำคัญเมื่อเลือกใช้น้ำมันคอมเพรสเซอร์
1 ความเข้ากันได้กับสารทำความเย็น เลือกน้ำมันที่ตรงกับสารทำความเย็นในระบบของคุณเสมอ น้ำมันที่ไม่ถูกต้องอาจทำให้ประสิทธิภาพการทำงานไม่ดีหรือเสียหายได้
2 ความหนืดของน้ำมันส่งผลต่อการไหลผ่านของระบบเครื่องทำความเย็น ควรตรงกับสภาพการทำงานของระบบเช่น อุณหภูมิและความดัน เช่น ใช้ในเครื่องทำความเย็นสำหรับห้องบลาสเนื้อไก่ที่อุณหภูมิ – 35 องศาเซลเซียส ความหนืดของน้ำมันต้องไม่หนืดที่อุณหภูมิการใช้งานนี้
3 การดูดซับความชื้น น้ำมันเช่น POE และ PVE มีคุณสมบัติดูดความชื้นได้ดี ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำให้มันแห้งเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาต่างๆ เช่น การก่อตัวของกรดหรือการสลายของน้ำมัน ประเภทและอายุของน้ำมัน ระบบรุ่นเก่าอาจใช้น้ำมันแร่หรือน้ำมัน AB ในขณะที่ระบบใหม่มักต้องใช้น้ำมันสังเคราะห์ เช่น POE หรือ PVE จำเป็นต้องอ้างอิงถึงข้อกำหนดเฉพาะของผู้ผลิตเมื่อเลือกน้ำมันเพื่อให้มั่นใจถึงประสิทธิภาพสูงสุดและอายุการใช้งานที่ยาวนานของระบบเครื่องทำความเย็น
4 ชนิดของคอมเพรสเซอร์ คอมเพรสเซอร์ลูกสูบ คอมเพรสเซอร์สโครล คอมเพรสเซอร์สกรู ต่างมีลักษณะการออกแบบทางวิศวกรรมที่ไม่เหมือนกัน น้ำมันจึงมีความแตกต่างกัน ผู้ผลิตน้ำมันแต่ละยี่ห้อ จะแนะนำถึงการใช้งานในแต่ละชนิดของคอมเพรสเซอร์ด้วย
สิ่งสำคัญการเลือกใช้น้ำมันคอมเพรสเซอร์ คือต้องใช้น้ำมันประเภทที่ถูกต้องสำหรับระบบเครื่องทำความเย็น เนื่องจากน้ำมันที่ไม่ถูกต้องอาจทำให้ประสิทธิภาพการทำงานไม่ดี เกิดความเสียหาย หรือแม้แต่ระบบขัดข้องได้ การเลือกใช้น้ำมันคอมเพรสเซอร์มีผลกับการทำงานของระบบเครื่องทำความเย็นทั้งระยะสั้นและระยะยาว การเลือกใช้น้ำมันผิดก่อให้เกิดปัญหาตามมามากมาย ดังนั้นจึงควรปรึกษาผู้ขายและหาข้อมูลเอกสารอ้างอิงด้วย
แนะนำหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบทความนี้ ติดต่อสอบถามเราได้ทุกช่องทาง เราพร้อมให้คำปรึกษาจากทีมงานที่มีประสบการณ์ด้วยความซื่อสัตย์และจริงใจ Sincere with Trust

